The Residences at Dusit Central Park นำร่องที่พักอาศัยมาตรฐานระดับโลก LEED Gold v4.1 Residence Multi-Family
Announcement
กันยายน 22, 2025
กรุงเทพฯ (22 กันยายน 2568) – บริษัท วิมานสุริยา จำกัด บริษัทร่วมทุนระหว่าง กลุ่มดุสิตธานี และกลุ่มเซ็นทรัลพัฒนา (70:30) ผู้พัฒนา Dusit Central Park โครงการมิกซ์ยูสระดับโลก ภายใต้คอนเซ็ปต์ Here for Bangkok และผู้พัฒนา The Residences at Dusit Central Park โครงการที่อยู่อาศัยระดับลักชัวรี่ที่ดีที่สุดใน Super Core CBD เดินหน้าสร้างความยั่งยืนของการใช้ชีวิต Well-being ด้วย Sustainability Development พร้อมเซตมาตรฐานระดับโลกเพื่อยกคุณภาพชีวิต ด้วย LEED Gold v4, WELL Platinum v1, WiredScore Gold v3.1 ล่าสุดกับ The Residences at Dusit Central Park โครงการแรกของอาเซียนที่นำเพื่อรองรับมาตรฐานสูงสุด LEED Gold v4.1 Residence Multi-Family สะท้อนความตั้งใจในการสร้างความยั่งยืนตลอดการพัฒนาและบริหารที่พักอาศัยเพื่อไลฟ์สไตล์เหนือระดับ ควบคู่กับการดูแลสิ่งแวดล้อมและสังคม ซึ่งลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์สูงถึง 168,192 ตัน* ย้ำความมุ่งมั่นสู่การเป็นแลนด์มาร์คระดับโลก A World-class Complete Mixed-use Development



คุณละเอียด โควาวิสารัช ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท วิมานสุริยา จำกัด กล่าวว่า “การพัฒนาการโครงการ    Dusit Central Park ได้วางมาตรฐานการก่อสร้างอย่างยั่งยืนเพื่อให้ทุกคนสามารถเข้ามาใช้ชีวิตและไลฟ์สไตล์ได้ตามต้องการ ภายใต้แกนความคิด “Sustainability Development” บนพื้นที่ Super Core CBD ที่สามารถเชื่อมต่อย่านธุรกิจและแหล่งไลฟ์สไตล์ชั้นนำของกรุงเทพฯ มากมาย และนับเป็น Luxury spot ที่มีการผสานกันอย่างลงตัวในทุกๆ องค์ประกอบตั้งแต่โรงแรมระดับ 5 ดาว โรงแรมดุสิตธานี กรุงเทพ ที่พักอาศัยระดับอัลตร้าลักชัวรี่ The Residences at Dusit Central Park ศูนย์การค้าสุดหรู Central Park สำนักงานระดับพรีเมี่ยม Central Park Offices พร้อมสวนดุสิตอรุณ ณ ดุสิต เซ็นทรัล พาร์ค (Dusit Arun at Dusit Central Park) สวนลอยฟ้าขนาด 7 ไร่ (11,200 ตารางเมตร) เชื่อมต่อทุกอาคารเข้าด้วยถึงกันแบบ Seamless ซึ่งได้พัฒนาเพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของทุกคนที่เข้ามาใช้ชีวิตและไลฟ์สไตล์ในพื้นที่โครงการฯ ด้วยมาตรฐานระดับโลก ครอบคลุมตั้งแต่ LEED Gold v4, WELL Platinum v1, WiredScore Gold v3.1 โดยเฉพาะ The Residences at Dusit Central Park ที่ได้ยกระดับบรรทัดฐานสำหรับที่พักอาศัยใหม่ที่ดำเนินการพัฒนาตามมาตรฐานสูงสุดอย่าง LEED Gold v4.1 Residence Multi-Family เพื่อให้ผู้พักอาศัยทุกคนมั่นใจได้ว่าพวกเขาจะได้รับคุณภาพชีวิตที่ดีแบบองค์รวมผ่านที่พักอาศัยที่พัฒนาเพื่อชีวิตเหนือระดับที่ตอบโจทย์ทั้งการออกแบบที่สวยงาม การเลือกวัสดุและองค์ประกอบของห้อง พร้อมด้วยพื้นที่สีเขียวที่สร้างขึ้นด้วยความใส่ใจในสุขภาพของผู้พักอาศัย ในขณะเดียวกันก็คำนึงถึงสังคมและสิ่งแวดล้อมผ่านการลดการปล่อยน้ำเสียและก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ เป็นส่วนหนึ่งในการช่วยโลกและสิ่งแวดล้อมให้ดีขึ้นอย่างยั่งยืน”

 

สำหรับ “The Residences at Dusit Central Park ได้รับการออกแบบเป็นอย่างดีโดยคำนึงตั้งแต่ความสวยงาม หรูหรา การรองรับไลฟ์สไตล์ และความยั่งยืน รวมไปถึงความมุ่งมั่นในการยกระดับการพัฒนาที่พักอาศัยสู่มาตรฐานใหม่ของประเทศไทย ทั้งด้านสุขภาพและความเป็นอยู่ที่ดี ท่ามกลางธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมที่มีคุณภาพ ควบคู่ไปกับสังคมที่ดีขึ้นในอนาคต โดยวางเป้าหมายตั้งแต่การเริ่มการสร้างโครงการ ตั้งแต่ทำเลที่ตั้งอยู่บน Super Core CBD ถนนพระราม 4 – สีลมที่สามารถเชื่อมต่อไปยังย่านอื่นๆ ของกรุงเทพฯได้อย่างสะดวกสบาย ทั้งยังเชื่อมต่อกับระบบขนส่งมวลชนทั้งรถไฟฟ้า BTS สถานีศาลาแดง และรถไฟใต้ดิน MRT สถานีสีลม เพื่อเพิ่มตัวเลือกในการเดินทางและลดการใช้รถยนต์ส่วนตัวที่ก่อให้เกิดมลพิษต่อสิ่งแวดล้อม การก่อสร้างที่คำนึงถึงความสะอาดเพื่อลดฝุ่น รวมไปถึงการควบคุมเสียง ซึ่งช่วยลดผลกระทบต่อระบบนิเวศและชุมชนโดยรอบ การลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ การเลือกใช้วัสดุที่ยั่งยืนในการก่อสร้างอาคารที่ไม่ก่อให้เกิดมลพิษ ปลอดภัยต่อสุขภาพ และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม การออกแบบเพื่อลดการใช้พลังงานไฟฟ้า การนำระบบ Water Treatment มาใช้เพื่อลดทรัพยากรน้ำอย่างมีประสิทธิภาพทั้งภายในและภายนอกโครงการ การจัดการขยะและของเสียอย่างเป็นระบบ การนำนวัตกรรมและเทคโนโลยีพลังงานทางเลือกมาใช้เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพด้านความยั่งยืน รวมทั้งส่งเสริมคุณภาพของสภาพอากาศ แสงสว่างตามจุดต่างๆ ภายในอาคาร เป็นต้น เพื่อให้อาคารสามารถลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมได้อย่างแท้จริงอย่างยั่งยืนในทุกมิติ”



คุณละเอียด กล่าวเสริมว่า “The Residences at Dusit Central Park นำเกณฑ์และข้อกำหนดของ LEED Gold v4.1 Residence Multi-Family มาเป็นบรรทัดฐานในการพัฒนาโครงการฯ ซึ่งนับเป็นเรื่องใหม่ของประเทศไทยและเป็นโครงการแรกของอาเซียนอีกด้วย โดยมุ่งเน้นที่การสร้างสภาพแวดล้อมโดยรวมที่ปลอดภัย เสริมสร้างสุขภาพ และคุณภาพชีวิตที่ดีสำหรับผู้อยู่อาศัย โดยมีเกณฑ์สำคัญทั้งปัจจัยด้านคุณภาพอากาศ ความสะอาด ความเป็นส่วนตัว ความสบายในการพักอาศัย อาทิ

  1. ด้านคุณภาพอากาศ: การใช้มาตรฐานการกรองอากาศที่ผ่านเกณฑ์ MERV 6 ที่ช่วยลดฝุ่น 5 และมลภาวะภายในที่พักอาศัย การเลือกใช้สี วัสดุก่อสร้าง วัสดุปูพื้นภายในที่พักอาศัยที่ไร้สารพิษ และการเลือกใช้ระบบมอนิเตอร์คุณภาพอากาศแบบ Real Time ทั้งในห้องพักและลิฟต์ส่วนบุคคล

  2. ความสะอาด: การวางระบบป้องกันน้ำรั่วซึม รวมถึงการเลือกวัสดุที่ช่วยป้องกันเชื้อราและความชื้น

  3. ความเป็นส่วนตัว: การใช้ประตูทางเข้าที่พักอาศัยและหน้าต่างที่มีผนึกช่วยป้องกันและลดเสียงรบกวนเพื่อสร้างความเป็นส่วนตัวสูงสุดในที่พักอาศัย

  4. ความสบายในการพักอาศัย: ออกแบบอาคารให้สามารถรับลมและแสงธรรมชาติอย่างเต็มที่ในทุกยูนิตเพื่อให้อากาศถ่ายเทและหมุนเวียนได้ดี ลดและป้องกันความร้อนภายในอาคารด้วย Fin และ Façade ที่ออกแบบมาเป็นอย่างดี


ไม่เพียงแต่เทคโนโลยีและฟังก์ชั่นต่างๆ เท่านั้น เรายังได้เสริมสุขภาพทั้งกายและใจผ่าน Residents’ Private Garden พื้นที่สีเขียวร่มรื่นบริเวณ Shared Facilities ที่สามารถเดินเชื่อมต่อไปยังสวนดุสิตอรุณฯ ภายในโครงการฯ นอกจากมิติของการสร้าง การเลือกใช้วัสดุ และเทคโนโลยีเพื่อคุณภาพชีวิตเหนือระดับแล้ว เรายังใส่ใจในการออกแบบทุกยูนิต ทั้ง Dusit Residences ที่พักอาศัยสไตล์ Classic Luxury ร่วมสมัย สุขุม อบอุ่นเหมือนบ้านหลังใหญ่ แต่สอดแทรกไว้ด้วยรายละเอียดการออกแบบที่ประณีตตามซิกเนเจอร์ของดุสิตธานี และ Dusit Parkside ที่ออกแบบด้วยสไตล์ Lifestyle Luxury หรูหรา แต่ยังคงโมเดิร์นเรียบเท่ ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์คนเมือง รวมไปถึงเพนท์เฮ้าส์หรูหราที่ตั้งอยู่บนชั้นสูงสุดของอาคาร และ The Residences at Dusit Central Park ได้เตรียมถ่ายทอดประสบการณ์การอยู่อาศัยที่สวยงามราวกับอยู่ในแกลอรีศิลปะ ผ่าน Show Unit ที่เราได้สร้างสรรค์ร่วมกับโชว์รูมเฟอร์นิเจอร์ระดับแนวหน้าของประเทศ อย่าง ‘Arkitektura’ ‘Euro Creations’ และแบรนด์เฟอร์นิเจอร์ ‘MUSE’ ซึ่งจะเปิดให้เฉพาะลูกบ้านของโครงการฯ เข้าชมบนพื้นที่โครงการจริงเร็ว ๆ นี้”



จากการเริ่มต้นการออกแบบพัฒนา การวางแผนการก่อสร้าง และนวัตกรรมและเทคโนโลยีภายในโครงการ Dusit Central Park และ The Residences at Dusit Central Park ทำให้อาคารที่พักอาศัยสามารถลดการใช้ทรัพยากรระหว่างการก่อสร้างโดยใช้วัสดุที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมและรีไซเคิลวัสดุก่อสร้าง ลดการใช้พลังงานไฟฟ้าได้มากถึง 420     กิกะวัตต์ต่อชั่วโมง ลดการใช้ทรัพยากรน้ำและสามารถบำบัดน้ำจากการใช้งานได้มากถึง 500 ตันต่อวัน พร้อมทั้งสร้างปริมาณออกซิเจนคืนกลับสู่ระบบนิเวศและสังคมเมืองได้มากขึ้น 54,612 ตัน เป็นต้น ทำให้อาคารที่พักอาศัยสามารถลดปริมาณการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ได้มากถึง 168,192 ตัน (คำนวณจากการก่อสร้างและอายุการใช้งานตลอดระยะเวลาโครงการฯ) ด้วยมาตรฐานทั้งหมดที่ได้สร้างสรรค์ไว้ในโครงการ Dusit Central Park ทั้ง LEED Gold v4, WELL Platinum v1, WiredScore Gold v3.1 และความเหนือระดับกับโครงการ The Residences at Dusit Central Park ที่วางตามเกณฑ์ LEED GOLD v4.1 Residence Multi-Family จะเป็นหนึ่งในก้าวย่างสำคัญที่จะยกระดับและสร้างบรรทัดฐานใหม่ที่สะท้อนความมุ่งมั่นในการสร้างสรรค์ และพัฒนาโครงการอสังหาริมทรัพย์ของประเทศไทยในอนาคต และโน้มนำให้พื้นที่แห่งนี้ โครงการ Dusit Central Park เป็นแลนด์มาร์คระดับโลก A World-class Complete Mixed-use Development” คุณละเอียดกล่าวสรุป

 

หมายเหตุ *ปริมาณคาร์บอนเครดิต คำนวนจากการก่อสร้างและอายุการใช้งานของโครงการเฉลี่ย 60 ปีในอนาคต
Copyright © 2026 Dusit Central Park. All rights reserved.